สอบถามสินค้า สอบถามข้อมูลการใช้ยา โดยเภสัชกรเพียง Add Line

บทความ

เกร็ดความรู้

“ยาแก้อักเสบ” ต่างจากยาฆ่าเชื้ออย่างไร?

“ยาแก้อักเสบ” ต่างจากยาฆ่าเชื้ออย่างไร?

หลายคนเข้าใจผิดในการเลือกใช้ยาในหมวดของยาแก้อักเสบมาโดยตลอดว่าเมื่อมีอาการเจ็บคอรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย นั้นเพราะเกิดจากการอักเสบหรือความผิดปกติบางอย่างจึงรีบหายาแก้อักเสบ แคปซูลเขียว-ฟ้า ที่เราต่างคุ้นเคยกันดีมากินหรือที่เรียกว่า ยา amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดลดการอักเสบ แต่แท้ที่จริงยาแก้อักเสบ แคปซูลเขียว – ฟ้า ที่เราคุ้นเคยและใช้อยู่บ่อยครั้งนั่นคือยาปฏิชีวนะ ไม่มีคุณสมบัติในการแก้การอักเสบ และไม่ออกฤทธิ์ต่อไวรัสแต่อย่างใด ดังนั้นเราควรทำความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับยาแก้อักเสบ และยาฆ่าเชื้อกันก่อนนะคะ

ยาแก้อักเสบ แคปซูลเขียว – ฟ้า ที่เราคุ้นเคยและใช้อยู่บ่อยครั้งนั่นคือยาปฏิชีวนะ ไม่มีคุณสมบัติในการแก้การอักเสบ และไม่ออกฤทธิ์ต่อไวรัสแต่อย่างใด

ยาแก้อักเสบคือ “ยาแก้อักเสบ” หรือ “ANTI-INFLAMMATORY DRUG” หรือ“NSAIDs” (เอ็น-เซด ย่อมาจากคำว่า Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) ช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ปวดหัว ปวดประจำเดือน ปวดฟัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมทั้งยังอาจใช้ลดไข้อีกด้วย ยาประเภทนี้จำหน่ายและใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ทั้งที่เป็นยากิน ยาฉีด ยาใช้ภายนอกทั้งในรูปเจลหรือสเปรย์ โดยยาแต่ละตัวจะมีข้อบ่งใช้และวิธีการใช้ยาที่แตกต่างกันออกไป
ส่วน ยาฆ่าเชื้อ หรือในที่นี้ ขอกล่าวถึงยาปฎิชีวนะ ที่มักเข้าใจผิดกันนั้น ก็คือ ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีมากมายหลายกลุ่มหลายชนิด และ amoxicillin ที่เราคุ้นเคยก็เป็นหนึ่งในนั้น ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียแต่ละชนิด จะจัดการกับเชื้อได้แตกต่างกัน ยาที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก (Gram positive bacteria) ได้ดี จะใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อตามผิวหนัง ตา หู หรือทางเดินหายใจเป็นต้น หรือยาที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ (Gram negative bacteria) ได้ดี จะใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะ หรืออวัยวะสืบพันธุ์ เป็นต้น หรือยาบางชนิดก็สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ครอบคลุมทั้งแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ ซึ่งใช้สำหรับการติดเชื้อที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งนี้ยาปฎิชีวนะ ใช้สำหรับการเจ็บป่วยที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยโดยอาการเจ็บคอรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือสาเหตุอื่นๆ ก็ได้ ซึ่งผู้ป่วยควรพบหรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อเหล่านี้ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยในการใช้ยานะคะ
ดังนั้นเราแยกออกแล้วใช่ไหมว่ายาแก้อักเสบต่างจากยาฆ่าเชื้ออย่างไร? ควรใช้ยาให้ตรงกับอาการ เพื่อช่วยรักษาอาการได้อย่างตรงจุด มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยด้วยค่ะหรือสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลการใช้ยาที่ถูกต้องจากเภสัชกรได้โดยตรง
งดเดินทาง
งดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงต่อโรค
หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด
และเป็นมลพิษ กรณีถ้าจำเป็น เช่นในชุมชนหรือคนพลุกพล่านควรสวมหน้ากากอนามัย
อยู่ห่างจากผู้ป่วย
ที่มีอาการของทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม
หมั่นล้างมือ
ด้วยสบู่และให้น้ำไหลผ่านอย่างน้อย 20 วินาทีหรือใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ
ไม่สัมผัส ตา จมูก ปาก
ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น
ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ฯลฯ
พบแพทย์ทันที
เมื่อมีไข้สูง 37.5 องศา หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ